หนังสือสาร์นจากต่างดาว

Bestseller Britney Spear Midnight

Bestseller Britney Spear Midnight
น้ำหอมแบรนด์เนม ของแท้ 100% ถูกที่สุด

ร้านขายสตาร์วอร์


วิธีหาเงินเพิ่มรายได้

บล็อกเพื่อนบ้าน

# KonClip.com : ดู ละคร ย้อนหลัง,ช่อง 3, ช่อง 5, ช่อง 9, ช่อง 11, TPBS, TV Online, คลิปผี

พุทธพจน์ทำนาย โลกมนุษย์ทำกุศลเพียง 3 ส่วน ทำบาปกรรมถึง 7 ส่วน เมื่อเป็นเช่นนี้องค์อินทร์จะสั่ง ลงโทษมนุษย์ผู้ใจบาปถึง 9 ข้อ นับแต่ปีจอถึงปีกุน ดังนี้

วันพุธ, พฤษภาคม 04, 2554

พุทธพจน์ทำนาย

คณะธรรมทูตผู้ไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระศรีมหาโพธิ์ที่
ประเทศอินเดียเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้คัดลอกพระพุทธพจน์ทำนายจากศิลา
จารึก เขตมหาวิหารในสวนมฤคทายวัน แปลได้ดังนี้
(หมายเหตุจากผู้เรียบเรียง : ปีพ.ศ.ในพุทธทำนายต่อไปนี้จะต้องบวกด้วย
48 เสียก่อนจึงจะเท่ากับปีพ.ศ.ตามแบบที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน ปีพ.ศ.แบบ
ของไทยที่ใช้อยู่นี้เร็วเกินจริง อ่านรายละเอียดเรื่องนี้ที่ส่วนท้ายของเอกสาร
นี้)
สาธุ อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระเมตตากรุณาแก่สัตว์โลกซึ่งเกิด
มาล้วนแต่ลำบากยิ่งนัก ในคราวที่พระองค์ใกล้ถึงพระชนมายุย่างเข้าพระปริ
นิพานตามกาลเวลา จึงตรัสแก่พระอานนท์ผู้ศิษย์อันสนิทพากเพียรพยาบาล
ว่า
ดูกรอานนท์ สัตว์โลกทั้งหลายที่เกิดมาล้วนแต่ลำบาก ทุกชาติ ทุก
ศาสนา ตามธรรมชาติที่หมุนเวียนของโลก โลกหมุนไปใกล้ความแตก
ทำลายจนถึงสมัยที่อาตมานิพพานไปแล้วได้ ๕,๐๐๐ ปี

เมื่อโลกไปใกล้กึ่งจำนวนที่อาตมาทำนายไว้ (๒,๕๐๐ ปี) มนุษย์และ
สัตว์จะได้รับภัยพิบัติสารพัดทิศเสียครึ่งหนึ่งในระยะ ๓๐ ปี สิ่งที่ศาสนิก
ชนไม่เคยพบเห็น ยักษ์หินถูกสาปให้หลับก็กลับตื่นขึ้นมาอาละวาดยิ่งหนัก
เมื่อใกล้กึ่งศาสนาของอาตมาก็ทวีภัยใหญ่ขึ้นทุกทิพาราตรี และมนุษย์นอก
ศาสนาก็จะมารบราฆ่าฟัน กันถึงเลือดนองแผ่นดินและแผ่นน้ำ แม้ในอากาศ
ก็มีอำนาจภัยจากฟ้าทุกทิศานุทิศ ไฟจะลุกลามเผาผลาญมนุษย์ไม่ขาดระยะ
ต่างฝ่ายต่างทำลายกันย่อยยับเหมือนยักษ์กระหายเลือด แผ่นดินแผ่นน้ำจะ
เดือดเป็นไฟ และตายกันไปฝ่ายละครึ่งจึงเลิกรา ต่างฝ่ายต่างหมดกำลัง
ด้วยกันตามวิสัยของยักษ์ร้ายนอกศาสนา ซึ่งกำเนิดมาจากสัตว์ป่าอำมหิต
ส่วนศาสนิกชนผู้ขวนขวายในทางบุญตามเดิมวัจนะของอาตมาก็จะ
สามารถระงับร้อนไม่รุนแรง บ้านใดที่เคารพสักการะพระศรีมหาโพธิ์และ
กาสาวพัสตร์ จะได้รับวิบัติเบาบางลงแต่จะหนีธรรมชาติไม่พ้น
เริ่มแต่ศาสนาอาตมาล่วงมาได้ ๒,๔๘๕ ปีเป็นต้นไป ไฟจะลุกมาทาง
ทิศตะวันออกไหม้วัดวาอาราม สมณชีพราหมณ์จะอดอยากยากเข็ญ คนบ้าน
จะเข้าป่า สัตว์ป่าจะเข้ากรุง เมืองหลวงจะร้อนเป็นไฟ ลูกไฟจะตกจากฟ้า
เป็นเพลิงผลาญ เหล็กกล้าจะทะยานจากน้ำ มหาสมุทรจะชอกช้ำสงครามจะ
ทั่วทิศ ศึกจะติดเมือง ทหารจะเป็นเจ้า ข้าวจะขาดแคลน ทั่วแคว้นจะอด
อยาก พลูหมากจะหมดเปลือง ปราชญ์เปรื่องจะสิ้นสูญ

ราชตระกูลอำมาตย์ราษฎรทุกคนจะพากันถืออำนาจไม่เป็นธรรมไม่
เคารพหลักธรรมโดยปรวนแปรนิยมเชื่อถือถ้วยคำของคนโกง คนกล่าวคำ
เท็จ คนประจบสอพลอย่อมได้รับการเชื่อถือในท่ามกลางสังคมสันนิบาต
ผู้ดีมีศีลธรรมประพฤติชอบไม่มีเสียง (อธรรมพูดจ้อ แต่ธรรมเป็นใบ้) จะ
เกิดการจลาจลวุ่นวาย ลูกจะพลัดแม่ แม่จะพลัดจากลูก โคกจะเป็นน้ำ ผี
โขมดป่าจะเข้าเมือง พระเสื้อเมืองทรงเมืองจะเข้าไพร เทวดาจะเรียกแมลงบี้
เหล็กโกฏิหนึ่ง ผีเสื้อเหล็กแสนหนึ่ง มาปล่อยไข่เป็นไฟผลาญ
เมื่อศาสนาของอาตมาล่วงมาได้ ๒๕๐๗ (ปีมะโรง) คนเปลี่ยนสภาพ
เดินเป็นคลาน ล่วงได้ ๒๕๐๘ (ปีมะเส็ง) ตลิ่งจะพัง แผ่นดินถิ่นอธรรมจะ
ถล่มเป็นทะเล ล่วงได้ ๒๕๑๒ (ปีระกา) เมืองมนุษย์จะมืด ๗ วัน ๗ คืน โลก
ดิ่งสู่ความหายนะ บุคคลเจริญด้วยเมตตา กรุณา ไม่เบียดเบียนข่มเหงอิจฉา
พยาบาทและไม่ประทุษร้ายซึ่งกันและกัน ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม และ
ยึดถือคาถาของอาตมาจะพ้นภัยพิบัติให้เจริญภาวนาดังนี้
หิตะชิราทัน มันกะโลอังคะ ศิลากะละสา สาสะสะติ โหตะถิ โหคะหะคะเน
ให้ท่องบ่นภาวนาเป็นนิจ ให้จดอักษรใส่กระดาษหรือผ้าขาวปิดไว้
หน้าบ้าน หัวนอน หรือพันศีรษะไว้ สารพัดภัยพินาศ สันติประสิทธิ์ ดูกร
อานนท์ อาตมาสงสารสัตว์โลกเป็นล้นพ้นที่มีอายุขัยอยู่ได้ใกล้ยุคกึ่งยุค

เมื่อศาสนาของอาตมาล่วงมาได้ ๒๕๑๒ (ปีจอ) พระจันทร์จะเริ่ม
เปล่งแสงฉายโลก ครั้นล่วงได้ ๒๕๑๕ (ปีชวด) นับพ้นระยะปี ๓๐ ปี พวก
อธรรมคือพวกที่ไม่ตั้งอยู่ในศีลในสัตย์ ไร้ซึ่งศีลธรรมนั้นจะหมดสิ้นไป
เพราะพวกมิจฉาทิฐิจะดับสูญไปจากโลก อธรรมแพ้ในที่สุด ครุฑจะบิน
กลับถิ่นสถาพร คนที่จรจะกลับเข้ากรุงบำรุงธรรม ธรรมจะชนะ พระจะ
อยู่บ้านเมืองต่อไป การงานของมนุษย์จะสำเร็จด้วยอริยศาสตร์ซึ่งไม่ต้อง
เบียดเบียนแรงผู้ใด ทุกคนจะสมบูรณ์ด้วยศีลธรรมและชีวิตผาสุก มหา
กษัตริย์ธรรมิกราชผู้เป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง จะเกิดภายในความอุปภัมถ์
ของพระมหาเถระโพธิสัตว์ ทั้งสององค์นั้นจะจัดการบำรุงศาสนาของ
อาตมาในระยะนี้เป็น "ยุคศิวิไล" พระมหาเถระโพธิสัตว์จะเกิดในสมัยของ
อาตมาล่วงมาแล้ว ๒๔๕๔ ปี
เมื่อล่วงได้ ๒๔๖๗ ถึง ๒๔๘๖ พระมหากษัตริย์ธรรมิกราชจะมาเกิด
ทั้งสองพระองค์นั้นสถิตอยู่ ณ เบื้องทิศตะวันออกของมัชฌิมประเทศ
ระหว่างปีจอปีกุน เมื่อศักราช ๒๕๑๓ กับ ๒๕๑๔ ผู้มีบุญทั้งสองพระองค์
นั้นจะเสด็จเข้าบำรุงศาสนาให้เที่ยงแท้ สมณชีพราหมณ์จะเสด็จมา
๘๔,๐๐๐ รูป
ดูกรอานนท์ อาตมาสงสารสัตว์ เวลานั้นพลโลกยังเหลือน้อยเต็มที คำ
ทำนายของอาตมานี้ยังให้สัตว์ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ผู้ใดรู้แล้วเชื่อ

หรือไม่เชื่อ ไม่บอกเล่าให้ผู้ใดรู้กันต่อ ๆ ไปนับว่าเป็นกรรมแห่งสัตว์ต่าง
สิ้นสุดกันตามกาลเวลา ผู้ใดปรารถนาจะได้เห็นหรือทันมีบุญ ให้รักษาศีลห้า
ประการหนึ่งยำเกรงบิดา มารดา รู้จักบุญคุณท่านผู้มีคุณ หนึ่งให้เจริญ
ภาวนาในพรหมไตรสภาพหนึ่ง คาถาว่าดังนี้
" พุทธิทุกขัง อนิจจัง อนัตตา นโมสัพพราชา ขัตติโย อิติปารมิตา ติสา อิติ
สัพพัญญุมาคตา อิติ โพธิ มนุปปัตโต อิติปิโส จ เต นโม "
หมายเหตุ : ปี พ.ศ. ที่ระบุตามพุทธทำนายข้างต้นนี้ต้องเอาไปบวกเพิ่มด้วย
48 จึงจะตรงกับปี พ.ศ.ที่เรากำลังใช้อยู่ตอนนี้ หมายความว่าปี พ.ศ. ที่เรา
ใช้ปัจจุบันนี้เร็วเกินกว่าในคำทำนายไป 48 ปี เช่น ถ้าปีในคำทำนายคือ ปี
มะโรง พ.ศ. 2507 จะตรงกับปีในแบบปัจจุบันคือ ปีมะโรง พ.ศ. 2555
(2507 + 48 = 2555)
ปี พ.ศ. ที่ไทยเราใช้อยู่นั้นกับปี พ.ศ. ของบางประเทศนั้นไม่ตรงกัน
ทั้งที่ต่างก็นับถือพระพุทธศาสนาเหมือนกัน มีผู้รู้กล่าวว่า พ.ศ. แบบที่เรา
ใช้อยู่ปัจจุบันนี้มีความคลาดเคลื่อนเร็วเกินกว่าความเป็นจริง

มีข้อมูลที่สนับสนุนว่าอาจมีความคลาดเคลื่อนในการนับปีพุทธศักราช
เชิญผู้ที่สนใจลองค้นหาดูจากอินเทอร์เน็ต
ความคลาดเคลื่อนนี้อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการนับพุทธศักราชที่ใช้กันใน
ปัจจุบันนั้น ประเทศศรีลังกาเป็นผู้จัดทำขึ้นในช่วงประมาณ 1,000 ปีหลัง
พุทธกาล โดยนำข้อมูลเทียบกับระยะเวลาการครองราชย์ของกษัตริย์ลังกา
แต่ละพระองค์ แต่ช่วงหนึ่งลังกาถูกพวกทมิฬจากอินเดียยกทัพบุกยึดเป็น
เมืองขึ้น และเกิดสงครามกลางเมือง ผลของสงครามอาจทำให้การบันทึก
ข้อมูลการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์ลังกาในช่วงนั้นคลาดเคลื่อนไป
บางความเห็นก็ว่าความคลาดเคลื่อนนี้อาจเกิดจากวิธีนับรอบปีใหญ่ซึ่ง
เรียกว่า “การนับพฤหัสบดีจักร” ที่นับแตกต่างกันหนึ่งรอบ
เนื่องจากโลกตะวันตกมีการจดบันทึกปีคริสต์ศักราชที่แน่นอน เราจึง
ตรวจสอบเวลาที่คลาดเคลื่อนนี้โดยยึดตามเหตุการณ์สำคัญคือพระเจ้าอโศก
มหาราชทรงขึ้นครองราชย์เมื่อ 267 ปีก่อนคริสตกาล และระยะเวลาในยุค
พระเจ้าอโศกมหาราชห่างจากช่วงที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน 218 ปี
ดังนั้นถ้า ค.ศ. ปัจจุบันคือ ค.ศ. 2010 นำมาบวกด้วย 485 (267 + 218
= 485) จะได้ปี พ.ศ. ที่แท้จริงคือ พ.ศ. 2495 ไม่ใช่ พ.ศ. 2553 ซึ่งมีความ
คลาดเคลื่อนไปถึง 58 ปี

มีความเป็นไปได้ที่มีความคลาดเคลื่อนในการนับปีพุทธศักราช แต่ใน
ไม่แน่ว่าจะคลาดเคลื่อนไป 58 ปี เพราะได้พบหลักฐานสำคัญคือพุทธ
ทำนายจากศิลาจารึกที่ทำให้อาจเชื่อได้ว่า พ.ศ. ตามแบบที่เราใช้ในปัจจุบัน
นั้นคลาดเคลื่อนเร็วเกินจริงไป 48 ปี
ถ้าเรานับตามความเป็นจริงคือเอาปี พ.ศ. แบบที่เราใช้อยู่มาลดจำนวน
ปีลง 48 ปีแล้วนำมาเทียบกับปี พ.ศ. ตามในพุทธทำนายก็จะได้ปีนักษัตรที่
ตรงกับในพุทธทำนายพอดี หรือในทางกลับกันถ้าเรานำปี พ.ศ.ตามพุทธ
ทำนายมาบวกเพิ่มด้วย 48 ก็จะได้ปี พ.ศ. ตามแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น
ในพุทธทำนายได้กล่าวเอาไว้ว่าปี พ.ศ. 2512 (ปีระกา) เมืองมนุษย์จะมืด 7
วัน 7 คืน เมื่อเราเอาปี พ.ศ.2512 มาบวกเพิ่ม 48 ปี ก็จะได้เป็นปี พ.ศ.
2560 ซึ่งตรงกับปีระกาตามในพุทธทำนาย

หากเราเอาจำนวนปี พ.ศ. ในคำทำนายมาแปลงเป็นปี พ.ศ.แบบที่เราใช้
ในปัจจุบันจะได้ดังนี้
๒๕๐๗ (ปีมะโรง) คือประมาณปี พ.ศ. 2555
คนเปลี่ยนสภาพเดินเป็นคลาน
๒๕๐๘ (ปีมะเส็ง) คือประมาณปี พ.ศ. 2556
ตลิ่งจะพัง แผ่นดินถิ่นอธรรมจะถล่มเป็นทะเล
๒๕๑๒ (ปีระกา) คือประมาณปี พ.ศ. 2560
เมืองมนุษย์จะมืด ๗ วัน ๗ คืน โลกดิ่งสู่ความหายนะ
๒๕๑๒ (ปีจอ) คือประมาณปี พ.ศ. 2560 (ช่วงต่อปีระกา - ปีจอ)
พระจันทร์เริ่มเปล่งแสงฉายโลก
๒๕๑๓ - ๒๕๑๔ (ช่วงต่อปีจอ - ปีกุน) คือประมาณปี พ.ศ. 2561
พระธรรมมิกราชจะเสด็จมา
๒๕๑๕ (ปีชวด) คือประมาณปี พ.ศ. 2563
พวกอธรรมจะหมดไป (กลับเป็นปกติสุข "ยุคชาววิไล")

เทียบปีนักษัตรสำหรับปี พ.ศ. ในแบบปัจจุบัน
(เพื่อใช้ประกอบการอ่านคำทำนาย)
13 เม.ย. 2555 – 12 เม.ย. 2556 ตรงกับปีมะโรง
13 เม.ย. 2556 – 12 เม.ย. 2557 ตรงกับปีมะเส็ง
13 เม.ย. 2557 – 12 เม.ย. 2558 ตรงกับปีมะเมีย
13 เม.ย. 2558 – 12 เม.ย. 2559 ตรงกับปีมะแม
13 เม.ย. 2559 – 12 เม.ย. 2560 ตรงกับปีวอก
13 เม.ย. 2560 – 12 เม.ย. 2561 ตรงกับปีระกา
13 เม.ย. 2561 – 12 เม.ย. 2562 ตรงกับปีจอ
13 เม.ย. 2562 – 12 เม.ย. 2563 ตรงกับปีกุน
13 เม.ย. 2563 – 12 เม.ย. 2564 ตรงกับปีชวด
- จบ -
ส.ค.ส พระราชทาน
(ภาคผนวก)
ปู่ฤษีมณีรัตน์ (สมเด็จรุ่ง) ค้นพบ
“หนังสืออินทร์ตก-เทพทำนาย” (โดยย่อ)
หนังสือใบลานสี ได้ถูกตกมาในวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดอัตตะบือ (ประเทศลาว)
ข้าพเจ้าได้รับรู้จากพระอาจารย์ผู้ทรงศีลองค์หนึ่งเผยแพร่ให้ เลยเกิดความศรัทธาเสียสละ
ทรัพย์พิมพ์แจกจ่ายมายังพี่น้องชาวพุทธทั้งหลาย เพื่อเป็นกุศลและเพื่อพิจารณาญาณด้วย
ตนเองถึงเหตุการณ์มหันตภัยของโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ซึ่งจะบังเกิดขึ้นตามพุทธทำนายไว้
ดังนี้
โลชังชม โทโพโส อินโตกรุณา
พระอินทร์ พระพรหม ยมราช ได้สั่งไว้ว่า ถ้าบุคคลใดได้รู้แจ้งจงรีบบอกให้คนอื่น
ฟัง หรือพิมพ์แจกตามกำลังศรัทธาจะเกิดมหากุศลช่วยให้ท่านได้หลุดพ้นจาก มหันตภัย
ทั้งปวง ถ้าบุคคลจะลงมาเกิดพร้อมทั้งหนังสือใบลานฉบับนี้ ถ้าใครไม่มีไว้ในบ้านเรือน
จะมีภูตผีปีศาจเข้ามาทำลายอย่างถ่องแท้
ในปีจอถึงปีกุน เมื่อคืนเดือนหงายจะมีงูพิษเหนือศีรษะ ฉกกัดให้ถึงตายและผู้คน
ทั้งหลายจะเกิดความเดือดร้อนหลายประการ
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนศึกสงครามบ่แล้ว
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนน้ำและไฟ
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนบ่มีไผสิเบิ่งไผ
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนอึดข้าวปลาอาหาร
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนผัวเมียบ่เห็นหน้ากัน
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนมีคนตายตามทุ่งนา

ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนบ่มีผู้เฒ่า
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนไปต่างประเทศบ่สะดวก
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนนอนบ่หลับ
ในปีจอนี้ในเมืองจันทร์จะมีฤาษีองค์ทองดำ สิขาลาเพศออกมาเป็นพ่อค้า ในปีจอ
ขึ้น 8 ค่ำ ห้ามบ่ให้ตักน้ำอาบ น้ำกิน ตามห้วย หนอง คลอง บึง หลังพระอาทิตย์ตกดิน
(ก่อนค่ำ) พระยายมราชจะนำเอายาพิษพ่นใส่โลกมนุษย์
ในปีจอเมืองกรุงเทพจะแตกพังทลายตอนเวลาไก่ขัน พระแก้วมรกตหัวเชียงเมี้ยง
ข้าวเม็ดใหญ่จะกลับสู่เวียงจันทร์ นี่คือคาถาของพระอินทร์ พรหม ยมราชได้เขียนไว้บน
ใบลาน จงเก็บรักษาไว้ให้ดีเพื่อช่วยหลุดพ้นจากภัยพิบัติได้ในยามเกิดเหตุการณ์มหันตภัย
พระคาถาเขียนไว้ว่า
ปะโต เมตัง ปะระชีวินัง สุคะโต จุติ จิตตะ เมตตะ นิพพานัง สุคะโต จุติ
(บางฉบับว่า... ปะโต เมตัง ปะละชิมิมัง สุคะโต จุติ จิตตะ เมตตะ นินะนัง สุคะโต จุติ)
พระคาถาบทนี้เขียนลงในใบลาน แผ่นทอง หรือแผ่นผ้าก็ดี ติดไว้ที่ประตูบ้านหรือ
ในรถหรือโพกศีรษะ ยามเกิดเหตุการณ์จะช่วยให้หลุดพ้นจากภัยอันตราย
ในกาลเวลานี้ เทพเจ้าเหล่าเทวดาผู้รักษาคุ้มครองโลกได้กราบทูลต่อพระอินทร์ว่า
โลกมนุษย์ทำกุศลเพียง 3 ส่วน ทำบาปกรรมถึง 7 ส่วน เมื่อเป็นเช่นนี้องค์อินทร์จะสั่ง
ลงโทษมนุษย์ผู้ใจบาปถึง 9 ข้อ นับแต่ปีจอถึงปีกุน ดังนี้
1. จะเกิดพายุลมแรง แผ่นดินไหว
2. จะเกิดอัคคีภัย
3. จะเกิดอุทกภัย
4. จะเกิดฟ้าผ่า
5. จะเกิดร้อนเกินไป หนาวเกินไป
6. จะเกิดสารพิษต่างๆ
7. จะเกิดกาฬโรคต่างๆ
8. จะเกิดข้าวยาก หมากแพง
9. จะเกิดอาฆาตพยาบาทเบียดเบียนกันเอง
มหันตภัย 9 อย่างนี้จะหลุดพ้นได้เฉพาะผู้มีบุญ คนที่ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น หากผู้ใดรู้แล้วจงบอกต่อกันไปให้รีบทำความดีมากๆ ถ้า
เลยปีจอ ปีกุนไปแล้ว ทุกคนพร้อมทั้งลูกหลานจะได้รับความสุขกายสบายใจทุกคนให้ทุก
คนเคร่งครัดในศีล 5
นอกจากหนังสืออินทร์ตก ที่ได้กล่าวมาแล้วยังมีพระผู้ทรงศีลอีกองค์หนึ่งได้พบ
เห็นคำสอนที่จารึกไว้บนแผ่นศิลา ที่เพิ่งพบในภูเขาแห่งหนึ่งที่พระพุทธเจ้าได้เดินธุดงค์
วิปัสสนากรรมฐานผ่านไป พระผู้ทรงศีลกล่าวว่า พี่น้องทั้งหลายถ้าไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่
ดวงจิต เพราะถึงเวลาแล้วที่สวรรค์จะไม่มีความลับ ถ้าเชื่อก็เป็นกุศล รู้เพียงเทา่ นี้ขา้ พเจ้า
จึงขอบอกเล่าสู่ท่านฟังตามคำกล่าวของพระผู้ทรงศีลรูปนี้ว่า ในแผ่นศิลาเขียนโดยพระ
มหากัสสะปะว่าในปีระกา ปีจอ ปีกุน เดือน 7 - 8 จะเกิดเหตุการณ์ร้ายบนถนนหนทาง
ในเดือน 9 - 10 คนใจบาปจะถูกล้างผลาญให้หมดไป มีบ้านแต่ไม่มีคนอยู่ มีข้าวแต่ไม่
มีคนกิน มีทางแต่ไม่มีคนเดิน
สุดท้าย พระผู้ทรงศีลได้กล่าวย้ำถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหนังสืออินทร์ตกเพิ่มเติมว่า
ถ้าท่านเคารพบูชา หรือบนว่าจะบอกแก่ผู้อื่นหรือพิมพ์แจกจ่ายให้สาธุชนทั้งหลายได้รับรู้
แล้วท่านปรารถนาสิ่งใดก็จะได้สมใจ จึงปราศจากภัยพิบัติทั้งปวงตลอดไป

พบพระผู้มี "อภิญญา" มีฤทธิ์มาก
ท่านฝากเตือนมาว่า เวลาของโลกมนุษย์เหลือน้อยแล้ว (ก่อน พ.ศ. 2560)
คัดข้อมูลบางส่วนจากข้อความของ นางสาว เปรมสุดา (เมย์)
พบพระผู้มีอภิญญาฤทธิ์นามว่า"หลวงปู่ประเสริฐ" ท่านฝากเตือนมาว่าเวลาของ
โลกมนุษย์เหลือน้อยแล้ว น่าสงสารสัตว์โลก พระผู้มีอภิญญาฤทธิ์ ลูกศิษย์เรียกท่านว่า
"หลวงปู่ประเสริฐ" สำนักสงฆ์ของท่านอยู่ติดกับ "วัดซับปลากั้ง"
"หลวงปู่ประเสริฐ" ท่านมีอภิญญาสูง มีฤทธิ์มาก เมย์เห็นมากับตาหลายครั้งและ
ลูกศิษย์ก็เห็นมาหลายคน แต่วันนี้เมย์จะไม่เล่าเรื่องอภิญญาของหลวงปู่ แต่เมย์จะเล่า
เรื่องวาระสุดท้ายของโลกมนุษย์ค่ะ หลวงปู่ท่านอายุน่าจะ 80 ปีได้ค่ะ รูปร่างสูงสง่างาม
(น่าจะสูงเกิน 180 ซม.) ดูท่านใจดี ลักษณะการเดินของท่านดูสูงส่งมากค่ะ (เดินสง่างาม
น่าเลื่อมใส อธิบายไม่ถูก) น้ำเสียงที่นุ่มนวล ท่านบอกกับทุกคนว่า "เอาล่ะนะ" ถึงเวลาที่
ฉันจะบอกเรื่องสำคัญล่ะนะ ทุกคนตั้งใจฟังให้ดีๆ แล้วไปเตือนผู้คนและคนอื่นๆ
ท่านก็เริ่มเทศนาว่า.......แท้จริงประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลก น่าจะพบกับ
ความหายนะครั้งใหญ่จากภัยธรรมชาติใหญ่ ซึ่งผู้คนต้องตายเกือบหมดโลกตั้งแต่ พ.ศ.
2545 แต่ที่มันไม่เกิดก็เพราะว่ามีพระผู้ทรงอิทธิฤทธิ์หลายท่าน รวมไปถึงเทวดาผู้รักษา
โลกมนุษย์ช่วยกันอธิษฐานจิตให้เหตุการณ์ผ่านพ้นไปก่อน ซึ่งในความเป็นจริงมันได้แค่
เลื่อนออกไปเท่านั้น ยังไงๆ เหตุการณ์ภัยธรรมชาติใหญ่และความหายนะครั้งใหญ่ต้อง
เกิดขึ้นแน่นอน
นับแต่เวลานี้ พ.ศ. 2552 แรงอธิษฐานมันหมดกำลังลงแล้ว และจะไม่สามารถ
อธิษฐานเลื่อนได้อีกแล้ว ต่อจากนี้ไปภัยธรรมชาติและความหายนะครั้งใหญ่จะค่อยๆ

ปรากฏตัวเพิ่มมากขึ้นๆมากขึ้นๆ โดยเริ่มทีละน้อยจาก พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป จะค่อยๆทวี
ความรุนแรงขึ้นๆ สารพัดภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว, พายุ, ภูเขาไฟระเบิด, น้ำทะเลสูง
ท่วมแผ่นดิน, หมู่เกาะทั้งหมดจะจมใต้ทะเลทั้งหมดและสารพัดอย่างจะประดังเข้ามา ฯลฯ
ทุกอย่างจะจบสิ้นก่อนปี พ.ศ. 2560 มนุษย์ที่ศีลไม่ครบจะถูกภัยธรรมชาติใหญ่
คร่าชีวิตทั้งหมด และมนุษย์ที่รอดชีวิตนั้นมีไม่กี่คนเท่านั้น และคนที่รอดชีวิตส่วนมากจะ
เสียสติไปเลยเพราะตกใจกับเหตุการณ์แบบสุดชีวิต หลวงปู่บอกว่า เอายังงี้แล้วกันนะ คน
จะตายกันเกือบหมดโลกเลย แต่ประเทศไทยจะเหลือมากที่สุด คือรอดประมาณ 20-30 %
ของประชากรไทย ไปคำนวณกันเอาเอง พูดง่ายๆ ตายเกือบหมดประเทศนั่นแหละ จะ
เหลือแค่คนมีศีลธรรมจริงๆ เท่านั้นเอง
หลังปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป มนุษยชาติจะเข้าสู่ยุคใหม่เรียกว่ายุคศิวิไลซ์เนื่องจาก
คนไทยจะเหลือมากที่สุด (20-30%) ต่อไปประเทศไทยจะได้เป็นมหาอำนาจ และเป็น
ศูนย์กลางของโลก เมื่อเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ผู้คนยุคนั้นจะเปลี่ยนทัศนะคติในการดำเนินชีวิต
ใหม่ทั้งหมด ในยุคนั้นผู้คนจะไม่สนใจเงินทองอีกเลย แต่จะมาแข่งขันในเรื่องของการ
บำเพ็ญบุญ-กุศล
ท่านว่าเวลาของโลกมนุษย์เหลือน้อยแล้ว เหตุการณ์มันกำลังจะมาถึงแล้วนะ จะ
ทำอะไรก็รีบๆ ทำ เลิกใช้ชีวิตแบบโง่เขลาเบาปัญญาเสียที สิ่งที่จะติดตัวเราไปมีเพียง
บุญ-บาป เท่านั้น จำไปบอกต่อๆ กันด้วยนะลูกหลาน ขอให้เอาชีวิตรอดให้ได้นะ ฉันก็
มีเรื่องจะบอกเท่านี้นะ เจริญพร.......
หมายเหตุจากผู้เรียบเรียง : ปัจจุบันหลวงปู่มรณภาพแล้วแต่กายสังขารยังคงตั้งอยู่ที่วัดให้ผู้ศรัทธา
หลวงปู่ได้ไปกราบไหว้บูชา

พุทธทำนาย พ.ศ. 2555 - 2560
๒๕๐๗ (ปีมะโรง) คือประมาณปี พ.ศ. 2555
คนเปลี่ยนสภาพเดินเป็นคลาน
๒๕๐๘ (ปีมะเส็ง) คือประมาณปี พ.ศ. 2556
ตลิ่งจะพัง แผ่นดินถิ่นอธรรมจะถล่มเป็นทะเล
๒๕๑๒ (ปีระกา) คือประมาณปี พ.ศ. 2560
เมืองมนุษย์จะมืด ๗ วัน ๗ คืน โลกดิ่งสู่ความหายนะ
๒๕๑๒ (ปีจอ) คือประมาณปี พ.ศ. 2560 (ช่วงต่อปีระกา - ปีจอ)
พระจันทร์เริ่มเปล่งแสงฉายโลก
๒๕๑๓ - ๒๕๑๔ (ช่วงต่อปีจอ - ปีกุน) คือประมาณปี พ.ศ. 2561
พระธรรมมิกราชจะเสด็จมา
๒๕๑๕ (ปีชวด) คือประมาณปี พ.ศ. 2563
พวกอธรรมจะหมดไป (กลับเป็นปกติสุข "ยุคชาววิไล")

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...