หนังสือสาร์นจากต่างดาว

Bestseller Britney Spear Midnight

Bestseller Britney Spear Midnight
น้ำหอมแบรนด์เนม ของแท้ 100% ถูกที่สุด

ร้านขายสตาร์วอร์


วิธีหาเงินเพิ่มรายได้

บล็อกเพื่อนบ้าน

# KonClip.com : ดู ละคร ย้อนหลัง,ช่อง 3, ช่อง 5, ช่อง 9, ช่อง 11, TPBS, TV Online, คลิปผี

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทองใบ คำสี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทองใบ คำสี แสดงบทความทั้งหมด

ทองใบ คำสี , คำทำนายประเทศไทย 2555 - 2557

วันอังคาร, พฤศจิกายน 15, 2554






คำบอกเล่าถึงภัยพิบัติของเด็กชายปลาบู่ ระลึกชาติ
-------------------------------------------------

บ้านเลขที่ 234/2 หมู่ 1 บ้านตามูล
ตำบลทรายขาว อำเภอสอยดาว
จังหวัดจันทบุรี 2 2 1 8 0

วันที่ 28 กันยายน 2554

สวัสดีครับ ผู้ที่รักผืนแผ่นดินไทย ทุกท่าน

กระผมชื่อนายทอง ใบคำสี เกิดวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2481 อายุ 73 ปี เป็นชาวอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี กระผมมีลูกทั้งหมด 5 คน เป็นผู้หญิง 4 คน ผู้ชาย 1 คน บุตรชายของผมคนเดียวชื่อ “ปลาบู่” ซึ่งได้เสียชีวิตมาแล้ว 37 ปี ตอนเขามีอายุได้ 5 ปี 8 เดือน กับอีก 15 วัน


ก่อนตายบุตรชาย บอกกับผมว่า อีก 15 วันหนูจะตายแล้ว หนูอยากคุยกับพ่อ และให้ผมไปซื้อเทปมาบันทึกเสียงเขา แต่ผมไม่ได้ทำตาม เพราะไม่เชื่อว่าเขาจะตายจริง ๆ

กระผมได้ฟังหลาย ๆ เรื่อง แต่เขียนเพียงบางตอนที่บุตรชายได้เล่าเมื่อ วันที่ 23-25 มิถุนายน พ.ศ.2517 เป็นเวลา 37 ปีมาแล้ว เรื่องสำคัญ ๆ ที่เขาเล่าคือ เรื่องอดีตชาติของเขา และบุคคลสำคัญ ๆ เรื่องภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยและโลกในอนาคต เรื่องราวในอนาคตของประเทศไทย เรื่องสงครามโลกครั้งที่ 3 เรื่องดวงอาทิตย์ โลก จักรวาล ธาตุ เหล็กไหล มีความเป็นมาอย่างไร เรื่องขุมทรัพย์ในแผ่นดินที่พระแม่ธรณีเก็บเอาไว้หลาย ๆ แห่ง ฯลฯ

รวมถึงต้องการให้พ่อเป็น"ทูต" หรือ "สื่อ"ให้มีการเตรียมการป้องกันเขื่อนที่จะพังจากแรงแผ่นดินไหว การวางท่อใหญ่ ๆ เพื่อระบายน้ำจากตัวเขื่อนลงทะเลเพราะน้ำเมื่ออยู่ในท่อจะสามารถควบคุมได้ และเรื่องการขุดคลองลัดคอคอดลูกน้ำเต้าเพื่อระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ ไหลเร็วขึ้น (ปัจจุบันเป็นโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว)

ในเรื่องอดีตชาติของเขา เขาบอกว่า หนูระลึกชาติได้จริง ๆ เป็นปู่ของปู่ทวด เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์รู้มั้ย ตาเป็นทิพย์ หูเป็นทิพย์ หมดทั้งตัวเป็นไพฑูรณ์ เมื่อชาติก่อนโน้นหนูเคยเกิดเป็นพระชื่อ “อชิตะ” ตอนพระพุทธเจ้ายังมีชีวิตได้บอกว่าหนูจะได้เป็น “พระศรีอาริยเมตไตรย” ไง ไม่ต้องมีตำรา ไม่ต้องมีคัมภีร์ก็เทศน์ได้

เคยเกิดเป็นพระมหากษัตริย์ไทยในอดีตหลายพระองค์จนถึงพระมหากษัตริย์ในสมัย กรุงรัตนโกสินทร์คือ สมเด็จพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระพุทธเจ้าหลวง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ตายแล้วเกิดเป็นหนู ตามหาพ่อมาเกิด อยากให้พ่อช่วยเป็นทูตทางวิญญาณบอกให้ท่านทราบ จะได้ป้องกันไว้ก่อนที่เขื่อนจะพังเพราะแรงแผ่นดินไหว "แผ่นดินแยก เขื่อนแตกขาด" เขื่อนกักเก็บน้ำที่จังหวัดตาก (เขื่อนภูมิพล) จะพังเสียก่อนจะแก้ไขไม่ได้ โดยการเอาเหล็กรางรถไฟไปหุ้มให้แข็งแรงเป็นเขื่อนเหล็ก จะได้พังไม่มาก จากหนักจะได้เป็นเบา

"หนูมองเห็นความเสียหาย มีคนตายมากมาย อำเภอสามเงา ตากนครสวรรค์ อโยธยา ปทุมธานี นนทบุรี โรงพยาบาลศิริราช ท่าเรือคลองเตย เครื่องบินโดยสารไอพ่นจมน้ำด้วย"


เขาถามผมว่า " รถไฟลอยฟ้ามันเหาะได้มั้ยพ่อ?" " รถไฟใต้ดินมันมุดน้ำได้มั้ยพ่อ?" (ปี พ.ศ.2517 ยังไม่มีรถไฟลอยฟ้าและรถไฟใต้ดิน) ใต้กรุงเทพฯ- ธนบุรีไม่มีลูกรัง-หิน มีแต่ทรายทับถมโคลนตมอยู่ลึกๆ คนโบราณก่อสร้างเมืองไม่ต้องตอกเสาเข็ม เอาซุงมาทำแพบก จึงทำได้มั่นคงแข็งแรง


แม่น้ำเจ้าพระยาถูกขุดลอกให้ลึก ๆ เป็นอันตรายมาก ๆ เพราะทรายทับถมตมเลนเหลือบางมาก ๆ ทำให้ตมเลนปูดทะลักขึ้นมาในแม่น้ำเจ้าพระยา ตึกรามบ้านช่องสิ่งก่อสร้างที่มีน้ำหนักมาก ๆ จมดินยังไม่พอ เพราะเสาเข็มยังจมยังไม่ถึงดินดาน รถไฟยังวิ่งสะเทือนเขย่าเม็ดทรายที่หุ้มเสาเข็ม ทำให้เสาเข็มทรุดตัว

หนูอยากให้รัฐบาลทำเขื่อนใต้น้ำ ดักทรายเป็นระยะเพื่อให้แม่น้ำเจ้าพระยาตื้นขึ้นเหมือนเดิม เพราะเมื่อขุดแม่น้ำเจ้าพระยาลึก ๆ ก้นแม่น้ำก็จะมีแต่ตมเลนน้ำหนักของสิ่งก่อสร้างริมแม่น้ำจะกดตมเลนในแม่น้ำ ให้ปูดขึ้นมา ทำให้เกิดการทรุดตัวของสิ่งก่อสร้างริมแม่น้ำ

ตึกรามบ้านช่อง สิ่งก่อสร้างต่างๆ จะพังเพราะแรงแผ่นดินไหว น้ำในตัวเขื่อนที่พังยังไหลมาท่วมซ้ำเติม ทุกข์ยาก ลำบากมาก ๆ การสร้างเขื่อนใหญ่อยู่เหนือพระนคร เป็นอันตราย เพราะแรงแผ่นดินไหวแรงมาก เหมือนเมื่อก่อน ครั้งนาน ๆ โน้น ที่ไดโนเสาร์ตายหมด !!


เขียนถึงตรงนี้เด็กอายุเพียง 5 ขวบ 8 เดือน 15วัน บ่นว่า เขื่อนที่สร้างเสร็จแล้วยังไม่สมบูรณ์ เพราะไม่ได้วางท่อใหญ่ ๆ เพื่อเอาน้ำออกสู่ทะเล ไม่มีท่อปล่อยน้ำออกจากเขื่อน เพราะถ้าระดับน้ำในเขื่อนเต็มขึ้นมา ก็จะมีการปล่อยน้ำออกจากตัวเขื่อน น้ำก็จะท่วมบ้านเรือนที่อยู่ใต้ตัวเขื่อน แต่ถ้ามีการวางท่อใหญ่ ๆ จากตัวเขื่อนลงสู่ทะเลเลย น้ำก็จะระบายลงท่อไปสู่ทะเล ไม่ท่วมบ้านเรือนและแผ่นดินที่อยู่ข้างบน น้ำเมื่ออยู่ในท่อจะสามารถควบคุมได้ และจะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ในระยะยาว


ปลาบู่ถามผมว่าอีก 27 ปี พ.ศ.อะไร ? (2544) จะมีเครื่องบินชนตึก อีก 30 ปี พ.ศ.อะไร ? (2547) จะเกิดคลื่นยักษ์คนจะตายกันมาก อีก 35 ปี พ.ศ.อะไร? (2552) จะเกิดแผ่นดินไหวในต่างประเทศ แต่อีก 38 ปี (2555) จะเกิดอาเพศรุนแรง แผ่นดินไหวรุนแรงเกือบทั่วโลก จะโดนทั้งไทย พม่า ฯลฯ กรุงเทพฯจมดินจมน้ำ เขื่อนที่จังหวัดตากก็พัง "ในเวลายามสองในคืนปีใหม่ คนไทยฉลองกันสนุกสนาน เกิดแผ่นดินไหวมีคนตายมากมาย" (ยามสอง คือประมาณเวลา 22.00 –24.00 น.)


กระผมได้ฟังหลาย ๆ เรื่อง แต่เขียนเพียงบางตอน ตามเรื่องที่ปลาบู่เล่าเป็นเวลา 37 ปีมาแล้ว ปัจจุบันนี้กระผมอายุ 73 ปีแล้ว เป็นห่วงประเทศชาติ เชื่อว่าต้องเป็นความจริงตามที่ปลาบู่เล่า เพราะที่ผ่านมาเกิดขึ้นมาหมดแล้ว เหลือแต่ที่ยังไม่ถึง

ปลาบู่บอกว่า พ่อครับที่ดินแปลงนี้ยกให้หนูนะ (ที่สวนศรีมหาโพธิ์ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ได้ปลูกต้นโพธิ์ตามที่ลูกชายขอไว้กว่า 200 ต้น เป็นเวลา 36 ปีแล้ว) และให้ทำถนนให้รอบเหมือนกับสนามหลวง ให้ปลูกต้นโพธิ์ให้ด้วย หากหนูตายไปแล้วพ่อจะรู้เอง.. ให้จำปานของหนูไว้ให้ดี.. หนูจะกลับมาเกิดอีกครั้งเป็นลูกของ...... ตัวโตเท่านี้จะบวชเณร ออกธุดงค์มาช่วยพ่อสร้างวัด “สุทัศน์เทพไพฑูรย์” (สวนศรีมหาโพธิ์) พร้อมกับแม่ใหม่ จะมาทำปาฏิหารย์เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา (ลูกชายบอกว่าต่อไปประเทศไทยจะเป็นตัวอย่างแก่ประเทศอื่น ๆ ต่างประเทศจะมาพึ่งพาประเทศไทย และพระพุทธศาสนาจะเป็นอันดับหนึ่งของโลก ขณะที่ประเทศอื่น ๆ จะเสียหายเพราะภัยพิบัติและการสู้รบจากสงคราม) จะเกิดสงครามนิวเคลียร์ในปีที่ 40 หลังจากเสียชีวิต (ตรงกับ พ.ศ. 2557)

ที่สวนศรีมหาโพธิ์จะเป็นสถานปฏิบัติธรรมของผู้หญิง และสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและคนชรา (ในยุคที่เกิดความทุกข์ยากเพราะภัยพิบัติ) บนเขาลับแล(โครงการจัดตั้งฯ วัดป่าร่มโพธิ์ศรีฯ) จะเป็นวัดที่อยู่ของพระภิกษุและสามเณร จะมีพระองค์หนึ่งมีบุญบารมีมาก จะมาช่วยพ่อสร้างวัด จะมีคนมาถวายให้สร้างโน่นสร้างนี่จนสร้างไม่หวาดไม่ไหว ซึ่งในปัจจุบันผมได้สร้างรอลูกชายตามที่สัญญาไว้ว่าจะมาหาทั้งสองที่ และได้เฝ้ารอคอยการกลับมาของบุตรชายในชาติใหม่มาเป็นเวลา 37 ปีแล้ว

กระผมขอวิงวอนรัฐบาลและผู้ที่รับผิดชอบช่วยพิจารณาเรื่องการนำรางรถไฟที่ไม่ ใช้แล้วเพราะสับเปลี่ยนเป็นรางใหม่ (ซึ่งปัจจุบันวางกอง ๆ ไว้มากมายตามสถานีรถไฟ) นำไปเสริมตัวเขื่อนภูมิพลที่จังหวัดตาก และเขื่อนเจ้าพระยา ที่จังหวัดชัยนาท เพื่อให้มีความแข็งแรง เพียงพอที่จะรับแรงแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักในการเขียนจดหมายของกระผมในครั้งนี้ และท่านคงทราบดีว่าในปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงในด้านธรณีวิทยาทำให้เกิด แผ่นดินไหวบ่อยครั้ง และสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงทั่วทั้งโลก การป้องกันเตรียมการไว้ก่อน เมื่อเกิดปัญหาจะได้ผ่อนหนักให้เป็นเบา


ขอแสดงความนับถือ

ทองใบ คำสี


*************************************
ป.ล. มีพยานหลักฐานทั้ง พยานบุคคล และสถานที่ (อ.สอยดาว จ.จันทบุรี)

ยินดีต้อนรับท่านที่สนใจทุกเวลา เพื่อเป็นการอุทิศตนให้เป็นประโยชน์ต่อ

เพื่อนมนุษย์ พี่น้องชาวไทย ประเทศชาติ และพระศาสนา ในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่..




บทความที่เกี่ยวข้อง
2012

แผนการเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2012 - 2017

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 01, 2554

1. คนที่มีภาระหน้าที่การงาน ต้องทำมาหากินก็ให้ทำงานไปตามปกติแต่
ให้คอยสังเกตสถานการณ์ เก็บเงินไว้ให้มากที่สุดเพื่อซื้ออุปกรณ์ของ
ใช้จำเป็นและเสบียงอาหารเตรียมไว้ในยามมีภัยพิบัติ อาจต้องซื้อที่ดิน
และบ้านใหม่ ผู้ไม่ประมาทควรเริ่มเตรียมกระเป๋าเป้สัมภาระทันที
ผู้เขียนเองยังต้องใช้เวลาเตรียมหลายเดือน เนื่องจากต้องค่อยๆคิดหา
สิ่งของที่จำเป็นในยามภัยพิบัติไทยยังไม่มีร้านขายอุปกรณ์สำหรับใช้ใน
ภัยพิบัติโดยเฉพาะ เช่น มีดพับ เข็มทิศ ชุดชูชีพ ไฟฉายแบบไม่ใช้ถ่าน 
ที่กรองน้ำแบบพกพาและอื่นๆ ต้องตระเวนหาหลายที่กว่าจะได้ครบ 
รายการอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมจะอยู่ในเนื้อหาของบทความนี้

2. ชะลอการซื้ออสังหาริมทรัพย์คือบ้านที่ดินในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติรุนแรง
ได้แก่ กรุงเทพ ภาคกลางและภาคใต้จนกว่าจะพ้นช่วงภัยพิบัติ ถ้ามี
อยู่และขายได้ราคาดีก็อาจขายแล้วนำไปซื้อที่ดินในเขตพื้นที่ปลอดภัย
อาจเช่าบ้านอาศัยจนกว่าทุกอย่างจะมีความชัดเจนและปลอดภัย

3. ชะลอการซื้อของใช้ฟุ่มเฟือยซึ่งอาจขนย้ายไปได้ไม่หมดและจมอยู่ใต้
น้ำเมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้น

4. ให้รักษาศีลและเร่งรัดการปฏิบัติธรรม ถือศีล 5 ทุกวันและถือศีล 8
ในวันพระ สวดมนต์ทุกวัน ฝึกการทำวิปัสสนากรรมฐานเพื่อฝึกสติ
รู้ตัว ฝึกเจริญมรณะสติหรือปลงอสุภซากศพ จิตจะได้เข้มแข็งกับการ
เจอภาพที่น่ากลัว ให้ทำบุญด้วยการปล่อยปลา บริจาคโลหิตเป็น
ประจำ ศึกษาธรรมะ ฝึกการปล่อยวางในขันธ์ 5 คือร่างกายและจิต
มีความเคารพในพระรัตนตรัย

5. แจ้งให้คนในครอบครัวทราบถึงเรื่องภัยพิบัติและวิธีเตรียมพร้อม ควร
จัดเตรียมอุปกรณ์เสบียงอาหารสำหรับตนเองและคนในครอบครัว แต่
ถ้าใครไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรอย่าไปเถียงกันจะไม่เกิดประโยชน์ ให้เราคุย
เฉพาะคนที่เชื่อเพื่อวางแผนเตรียมเสบียงและที่หลบภัยนอกพื้นที่เสี่ยง
ควรอยู่ใกล้วัดเพื่ออาศัยพึ่งพุทธคุณ วัดที่มีพระอริยะเจ้าหรือพระบรม
สารีริกธาตุจะเป็นที่พึ่งเมื่อถึงคราวมีภัยพิบัติรุนแรง มีผู้แนะนำว่าตึกที่
สูงกว่า 3 ชั้นจะมีโอกาสถล่มเป็นอันตรายมาก คนแก่และเด็กควรให้
อพยพไปก่อน

6. ช่วงเวลาเสี่ยงเกิดภัยพิบัติ ตามคำพยากรณ์ระบุว่าอาจเกิดในช่วงปี
พ.ศ. 2555 - 2560 โดยเฉพาะปลายปีพ.ศ. 2555 เป็นต้นไปไม่ควร
อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรย้ายออกไปแต่เนิ่นๆเท่าที่ทำได้ ผู้เขียนตั้ง
ข้อสังเกตว่าพระนักวิปัสสนาท่านมักพูดถึงนาคเมื่อพูดถึงภัยพิบัติ เช่น
นาคเล่นน้ำ นาคทำงาน นาคโก่งตัว บังเอิญว่าปี พ.ศ. 2555 - 2556
ตรงกับปีมะโรง หมายถึง พญานาค

7. คนที่ยังไม่ค่อยเชื่อให้รอดูสถานการณ์ไปก่อน แต่ต้องไม่ประมาท
สังเกตจากสิ่งแวดล้อม ท้องฟ้าและอาการผิดปกติของสัตว์ต่างๆ เช่น
นก งู หนู แมว หมา ปลาและอื่นๆ ปลอดภัยที่สุดคือรีบย้ายไปอยู่นอก
เขตพื้นที่เสี่ยง คนที่เชื่อควรเตรียมหาที่ทำงานและที่อยู่ชั่วคราวซึ่งอยู่
นอกเขตเสี่ยง เตรียมกระเป๋าและสัมภาระให้พร้อม คนแก่และเด็ก
เล็กให้ย้ายไปก่อนแต่เนิ่นๆ อาจถือเสียว่าย้ายไปชั่วคราวก่อนก็ได้ถ้า
ไม่มีอะไรค่อยย้ายกลับ สถานที่หลบภัยที่ดีคือวัดที่มีพระอริยะเจ้า
หรือพระปฏิบัติเคร่งครัดหรือมีพระบรมสารีริกธาตุ คนที่ยังไม่เชื่อ
อาจถือซะว่าลาพักร้อนหรือลาไปเที่ยวพักผ่อน โดยเฉพาะในช่วง
ปลายปี พ.ศ. 2555 หรือ ค.ศ. 2012 อย่างไรก็ตามเมื่อใกล้ช่วงนั้นอาจ
มีคนอพยพมากจนทำให้การจราจรติดขัดและวุ่นวาย การอพยพที่ดี
คือการอพยพก่อนจะมีประกาศว่าจะเกิดภัยพิบัติ เพราะถ้าประกาศ
เมื่อไหร่คนอาจจะแตกตื่น

8. ให้ลองหาหนังสือ ภาพยนตร์และสารคดีที่เกี่ยวกับภัยพิบัติและการเอา
ตัวรอดในภัยพิบัติมาดู เพื่อศึกษาสถานการณ์และซักซ้อมความเข้าใจ
ก่อนเผชิญสถานการณ์จริง ภาพยนตร์ที่แนะนำคือ The Day After
Tomorrow, Cast Away, The Road สารคดี Man vs. Wild ส่วนเรื่อง
2012 อาจไม่ค่อยได้ความรู้

คู่มือเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ พุทธทำนาย พ.ศ. 2555 - 2560


และพุทธทำนาย พ.ศ. 2555 - 2560
คำเตือนเรื่องภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

1.บทนำ - บทส่งท้าย

สิ่งที่สำคัญกว่าการตายหรือการรอดชีวิตจากภัยพิบัติ คือ การเตรียมตัว
ถ้าจะต้องตายก็ขอให้ตายอย่าง ‘เตรียมตัว’ ไม่ใช่ตายอย่าง ‘ลืมตัว’ ไม่ควร
ตายไปอย่างขาดสติโดยไม่ได้ใช้โอกาสแห่งการเกิดเป็นมนุษย์

อันที่จริง ระหว่างการเตรียมตัวตายกับการเตรียมตัวที่จะรอดชีวิตนั้น
แทบไม่แตกต่างกันเลย เนื่องจากคนที่จะรอดชีวิตจากภัยพิบัติใหญ่ในครั้ง
นี้คือคนดี อย่างน้อยคือมีศีล 5 บริสุทธิ์เป็นขั้นต่ำ มีพรหมวิหาร ปล่อยวาง
ในขันธ์ 5 คือกายและจิต มีความเคารพในพระรัตนตรัย ส่วนคนที่คิดว่า
ขอตายในภัยพิบัติดีกว่ารอดชีวิตก็ควรเตรียมตัวตายอย่างเป็นคนดี คือ มีศีล
และมีสติเช่นกันเพื่อมีสุขคติภพเป็นที่ไป ควรจะเตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว
สำหรับการเดินทางเวียนว่ายตายเกิดอันยาวไกล เพื่อไม่ให้เสียทีที่เกิดมา
พบพระพุทธศาสนา แต่หากเบื่อหน่ายการเวียนว่าย เกิด แก่ เจ็บ ตายที่
วนเวียนซ้ำซากก็ต้องเจริญสติ หรือที่เรียกว่า ‘สติปัฏฐาน’

บางคนอาจเครียดถึงกับคิดฆ่าตัวตายในบางช่วง เช่นคิดว่าในเมื่อคน
ในครอบครัวตายหมดแล้วจะอยู่ไปทำไมตายเสียดีกว่า หากลองมานึกดูว่า
แม้ไม่มีภัยพิบัติใหญ่ อันที่จริงทุกคนก็ต้องตายจากกันไปเป็นธรรมดา การ
พลัดพรากเป็นทุกข์อันมีมาคู่กับการเวียนว่ายตายเกิด การฆ่าตัวตายตามกัน
ไปนั่นจึงไม่ใช่ทางออกแต่กลับเป็นทางเข้าไปสู่วังวนแห่งความยุ่งยาก ผู้ที่
ฆ่าตัวตายจิตใจย่อมเศร้าหมองไม่อาจหวังสุขคติภพได้เลย เป็นบาปกรรม
หนักส่งผลให้ต้องวนเวียนฆ่าตัวตายซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วน

แทนที่จะมาเสียใจว่าโชคร้ายเกิดมาในยุคภัยพิบัติใหญ่ ควรมองเห็น
โอกาสที่คนยุคอื่นหาได้ยาก นั่นคือการระลึกถึงความตายและไม่ประมาท
ในชีวิต ความจริงทุกคนเกิดมาย่อมต้องตายไม่ว่าจะเกิดภัยพิบัติหรือไม่
บางทีก็อาจตายตั้งแต่ยังหนุ่มสาวแต่เราก็มักจะหลงลืมความจริงข้อนี้ เมื่อ
ได้รู้ว่าอาจมีภัยพิบัติใหญ่และอาจเสียชีวิตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เป็น
โอกาสดีที่ได้รู้ล่วงหน้า บางคนอาจได้คิดมองเห็นโทษภัยของวัฏสงสาร
อันเปรียบดังมหาสมุทรใหญ่แล้วเร่งรัดตัวเองให้ก้าวหน้าในการสร้างบารมี
และปฏิบัติธรรม เลิกการใช้ชีวิตที่ไร้สาระ เลิกการเบียดเบียนกัน
จากพุทธทำนายระบุว่า ผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติใหญ่ครั้งนี้จะได้พบกับ
ยุคชาววิไล คือยุคแห่งความเจริญรุ่งเรือง จะมีอริยศาสตร์เกิดขึ้น บ้านเมือง
เจริญรุ่งเรือง ผู้คนใส่ใจการบุญกุศลพวกเราทุกคนควรดำเนินตามรอยพระมหาชนก 
คือ ไม่ประมาท มีสติเตรียมพร้อม มีความเพียร มีศีลบริสุทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมช่วย
ผู้ที่คิดจะช่วยเหลือตัวเองก่อน ขอศีลและบุญจงรักษาทุกท่าน.

การเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติและพุทธทำนาย พ.ศ. 2555 - 2560

คำเตือนเรื่องภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นแล้วและนับวันยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าเพียงมีใครสักคนได้รอดพ้นจากภัยพิบัติ หรือได้รับประโยชน์จาก
เอกสารฉบับนี้ ผู้เรียบเรียงก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วกับการที่ได้สละเวลาจัดทำ
หากไม่ด่วนเชื่อหรือปฏิเสธ แต่ฉุกคิดลองสืบดูข้อเท็จจริงในอินเทอร์เน็ตก็
จะพบความจริงและคำเตือนเรื่องภัยพิบัติมากมายจากหลากหลายที่มาได้แก่

1. คำพยากรณ์ในพุทธศาสนา พุทธทำนายและพระนักวิปัสสนาหลายๆ
ท่านเตือนภัยพิบัติ พุทธศาสนาจะอยู่ถึง 5,000 ปี แต่จะมีภัยพิบัติ
ใหญ่ในช่วงกึ่งพุทธกาล พ.ศ. 2555 - 2560 (ค.ศ. 2012 - 2017)

2. คำเตือนจากมนุษย์ต่างดาวถึงเรื่องภัยพิบัติใหญ่ หลวงพ่อฤาษีลิงดำและ
พระนักวิปัสสนาอีกหลายท่าน ตลอดจนผู้รู้ระดับด๊อกเตอร์ยืนยันว่ามี
มนุษย์ต่างดาว ให้สังเกตว่ามีการพบเห็น UFO บ่อยขึ้น

3. นักวิทยาศาสตร์ไทยที่ทำงานร่วมกับองค์การนาซ่ายืนยันเรื่องภัยพิบัติ
และบอกว่าต่างประเทศเตรียมตัวรับภัยพิบัติกันแล้ว ปรากฏข่าว
ต่างประเทศในอินเทอร์เน็ตเช่นในเว็บไซต์ Youtube เช่นที่อังกฤษมี
การประชุมนักวิทยาศาสตร์เพื่อรับมือพายุสุริยะ ที่ขั้วโลกเหนือมีการ
สร้างห้องนิรภัยเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืช

4. ดร.สมิทธ ธรรมสโรช, ดร.อาจอง ชุมสาย และอีกหลายท่านเตือนเรื่อง
ภัยพิบัติมีแผ่นดินไหว น้ำท่วม สึนามิ โดยมีภาวะโลกร้อนเป็นตัวการ
สำคัญ ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นส่วนแผ่นดินกรุงเทพทรุดตัวต่ำลง คาด
ว่ากรุงเทพจะจมอยู่ใต้น้ำภายในประมาณไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า

5. ในหลวงทรงเตือนเรื่องแผ่นดินไหว และยังทรงเตือนให้รับฟังคำเตือน
ของ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ซึ่งเคยเตือนภัยสึนามิเมื่อปี พ.ศ. 2547

6. นายอัล กอร์ ซึ่งเคยสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของอเมริกา ทำ
สารคดีที่ได้รับรางวัลออสการ์ เรื่องเตือนภัยจากภาวะโลกร้อน

7. ตรวจดูจากวิชาโหราศาสตร์ ดวงดาวร้ายทำมุมกันจึงพยากรณ์ว่าจะมี
ภัยพิบัติเกิดขึ้น โลกจะไม่แตกสลายแต่จะมีคนตายเป็นจำนวนมาก
ระยะภัยพิบัติอาจยาวนานเป็นเวลาประมาณ 5 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2555 -
2560 จุดที่เราต้องระวังเป็นพิเศษคือจุดเริ่มต้นประมาณปี พ.ศ. 2555 - 2556
เพราะคนยังไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้จึงอาจไม่ได้ระวังตัว ส่วนคนที่เชื่อก็ยังไม่รู้ว่า
เหตุการณ์จะรุนแรงขนาดไหนและจะเริ่มวันไหน แต่มีคำพยากรณ์ว่าคนจะ
กลายสภาพจากเดินเป็นคลาน ตลิ่งจะพัง แผ่นดินจะถล่มเป็นทะเล อีกจุด
ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเมื่อใกล้ถึงจุดสิ้นสุดภัยพิบัติประมาณปี พ.ศ. 2560
ซึ่งจะเป็นช่วงที่ภัยพิบัติรุนแรงที่สุด ไฟฟ้าจะดับและโลกจะมืดมิดเป็น
ระยะเวลานาน 7 วัน 7 คืน (มีบางท่านแปลความหมายว่า 7 วันเท่ากับ 1
ราตรี ซึ่งจะมืดมิด 7 ราตรีจึงเท่ากับ 49 วัน) หลังจากนั้นจึงเตรียมเข้าสู่ยุค
ชาววิไล จะมีอริยศาสตร์เกิดขึ้น ประชาชนจะผาสุก ส่วนท้ายของเอกสาร
นี้จะแนบข้อมูล “พุทธทำนาย” เกี่ยวกับภัยพิบัติซึ่งเป็นต้นฉบับที่ท่านเจ้า
คุณฯวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และผู้ใหญ่ระดับสูงอีกหลายท่าน ตลอดจน

อาจารย์ที่จุฬาฯ ได้จัดทำตามฉบับที่ไปคัดลอกมาจากศิลาจารึกที่ประเทศ
อินเดีย ท่านสามารถสืบค้นหาข้อเท็จจริงและรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก
อินเทอร์เน็ตเราจะไม่เถียงกันว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ และจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่
เพราะนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์ก็ยังเถียงกันไม่จบ แต่ที่แน่ๆคือภาวะ
โลกร้อนเป็นเรื่องจริงพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ส่วนเรื่องคำเตือนจาก
พระนักวิปัสสนาก็ยากจะพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ต้องรอจนกว่าเหตุการณ์จะ
เกิดขึ้น ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับศรัทธาความเชื่อของแต่ละบุคคล เอาเป็นว่าถ้า
ใครไม่ประมาทก็เตรียมพร้อม ส่วนใครที่ประมาทก็ไม่ต้องสนใจและไม่
ต้องเตรียมพร้อมใดๆ ผู้เขียนไม่อยากพูดมากซ้ำซากจึงเรียบเรียงเอกสารนี้
แจกจ่ายเฉพาะครอบครัวญาติมิตรและผู้สนใจ ส่วนจะเชื่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่
กับบุญกุศลและเส้นทางชีวิตของแต่ละบุคคล

การเตรียมพร้อมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือการเตรียมภายในกับเตรียม
ภายนอก 

การเตรียมภายนอกนั้นสามารถที่จะรับภัยพิบัติที่อยู่ในระดับเบา
ถึงปานกลาง แต่สำหรับภัยพิบัติในระดับรุนแรงนั้นต้องมีการเตรียมภายใน
การเผชิญภัยพิบัติครั้งนี้ต้องเตรียมภายนอกและภายในควบคู่กันไป ดำเนิน
ตามรอยพระมหาชนกเป็นตัวอย่าง

การเตรียมภายในขอกล่าวถึงเพียงสั้นๆ คือการเตรียมจิตและบุญบารมี
ที่ไม่ขอกล่าวมากเพราะเดี๋ยวจะยืดยาวเกินไป ขอให้ท่านไปศึกษาเพิ่มเติม
สำหรับชาวพุทธก็คือการรักษาศีลและฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ฝึกปล่อยวาง
ในขันธ์ 5 คือกายและจิต ในที่นี้จะเน้นกล่าวถึงการเตรียมภายนอกได้แก่
การเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติ คนที่เชื่อและ
ไม่ประมาทก็ควรเตรียมทุกอย่างให้พร้อมเป็นพิเศษ ส่วนคนที่ยังไม่เชื่อแต่
ถือหลักว่าเราไม่ควรประมาทก็อาจหาเอาของที่มีอยู่แล้วภายในบ้านมาจัดใส่
กระเป๋าเป้แบบสะพายไว้ เมื่อถึงคราวจำเป็นจะได้หยิบคว้าง่าย หากรอถึง
คราวคับขันจึงค่อยคิดทำรายการของที่จำเป็นอาจหาได้ไม่ครบ และชักช้า
ไม่ทันสถานการณ์จนต้องไปต่อคิวอยู่ท้ายขบวนอพยพ ภัยธรรมชาตินั้นไม่
ควรประมาท แม้ในช่วงวันที่เขียนนี้ (14/10/2553) ก็เพิ่งมีข่าวอ่างเก็บน้ำ
แตก ส่วนที่โคราชและหลายจังหวัดน้ำท่วมฉับพลัน ต้องปล่อยน้ำในเขื่อน
ออกมาเพราะกลัวเขื่อนแตกส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มในภาคกลาง ลอง
สมมติว่าหากเกิดเขื่อนศรีนครินทร์หรือเขื่อนสิริกิติ์แตก ถ้าอ่างเก็บน้ำแตก
แล้วจะอพยพอย่างไร ถ้าหากเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลในเขตอ่าวไทยจน
เกิดคลื่นสึนามิเข้ากรุงเทพ ภาคกลาง และภาคใต้ หากต้องอพยพออกจาก
จังหวัดที่อยู่ภายใน 6 - 12 ชั่วโมงจะทำอย่างไร ถ้าครอบครัวพลัดหลงกัน
จะไปเจอกันที่ไหน ในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นทุกอย่างอาจสับสน ระบบ
การสื่อสารต่างๆอาจล่ม การเดินทางอาจยากลำบากติดขัด ลองนึกถึงช่วง
เทศกาลสงกรานต์ ถ้าทุกคนต่างก็อพยพหนีตายพร้อมๆกันมันจะชุลมุน
ขนาดไหน ไหนจะเกิดความขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม คนที่เตรียมตัวนั้น

ก็อาจดูเหมือนคนบ้าในสายตาของบางคนที่ไม่เตรียมตัว แต่คนที่ไม่เตรียม
ตัวนี่ล่ะที่จะต้องรอคอยความช่วยเหลือและเป็นภาระของผู้อื่น ที่สำคัญคือ
หากภัยพิบัติเกิดขึ้นรุนแรงทั่วโลกพร้อมกัน ทุกคนก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง
ก่อนที่จะไปช่วยเหลือคนอื่น แต่ทุกคนต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...
GoDaddy Auctions: The smart choice for buying & selling domain names, Low Yearly Fee